จัดทริปสำหรับ ไปทัวร์ญี่ปุ่นมีที่ไหนน่าไปกันบ้างมาดูกัน

ในบทความนี้เราจะมาแนะนำสถานที่ ที่กรุปทัวร์ญี่ปุ่นชอบไปกัน
– เป็นสถานที่ ที่ยอดนิยมมีหลากหลายรูปแบบหลายๆคนอาจจะชอบแนวธรรมชาติเราก็มีสถานที่ท่องเที่ยว
แนวธรรมชาติมาแนะนำหรือบางคนชอบไปช็อปปิ้งเราก็มีที่ช็อปปิ้งมาแนะนำใครจะไปทัวร์ญี่ปุ่น ควรอ่าน
รายละเอียดในบทความนี้ก่อน และนอกจากสถานที่ท่องเที่ยวแล้วเรายังมีคำแนะนำจะไปญี่ปุ่นต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

1.มาดูสถานที่ ที่ทัวร์ญี่ปุ่นชอบไปแนวธรรมชาติกันก่อนเลย

1.1 สัมผัสกลิ่นอายญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เกาะ Tsukishima 

travel-694449_1280

หลายคนที่เดินทางมาท่องเที่ยวญี่ปุ่น ก็เพื่อต้องการจะสัมผัสกับบรรยากาศของญี่ปุ่นแท้ แต่หากจะไปหาสถานที่ท่องเที่ยวแบบนั้นก้คงจะต้องไปแถวเมืองเก่าอย่าง เกียวโตหรือนารา แต่สำหรับในโตเกียวแล้ว ก็มีย่านเก่าๆ อย่าง ทสึกิชิมะ ที่สามารถทำให้คุณได้สัมผัสบรรยากาศเหล่านั้นได้ไม่ยากนัก แถมมันยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกด้วย

โดย Tsukishima นั้นเป็นเกาะที่ถูกมนุษย์สร้างขึ้นมา มาเป็นเวลามากกว่า 100 ปีที่เเล้ว โดยดินที่ได้จากชุดช่องทางให้เรือสินค้าเข้ามาสู่อ่าวโตเกียว โดยนำดินเหล่านั้นมาถมจนกลายเป็นเกาะ ทสึกิชิมะ ขึ้นมา โดยมีเเม่น้ำสุมิดะล้อมรอบเเละที่นี่ก็ได้กลายร่างเป็นชุมชนชาวประมงใหญ่อีกเเห่งของโตเกียวในสมัยนั้น ซึ่งจะเห็นร่องรอยได้จากตลาดปลาทสึกิชิมะ โดยบนเกาะเเห่งนี้ยังมีย่านชุมชนโบราณสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสกลิ่นอายญี่ปุ่นดั้งเดิมอยู่ที่บริเวณตรอกรอบวัดสุมิโยชิ เรียกว่าสามารถมาเยี่ยมชมบ้านเรือนเก่าๆ ตั้งเเต่สมัยยุคเมจิได้เลยทีเกาะเเห่งนี้

1.2 ฮอกไกโด สัมผัสอากาศหนาวเมืองที่หนาวที่สุดของญี่ปุ่น

japan-857023_1280

 

เชื่อว่าใครหลายคนที่วางแผนเดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นมีจุดหมายทางอยู่ที่ “ฮอกไกโด” เกาะใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ รองจากเกาะฮอนชู โดยเกาะแห่งนี้ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีเนื้อที่มากที่สุดและอยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น

ฮอกไกโด มีภูมิประเทศที่หลากหลายทั้งทุ่งหญ้า ทุ่งนา ผืนป่า ภูเขา แม่น้ำ ทะเลสาบ ปากปล่องภูเขาไฟ และทะเลที่สวยงาม จึงกลายเป็นมนต์สเน่ห์ที่ทำให้ใครๆ ต่างเดินทางมาเยือนดินแดนแห่งนี้ การเดินทางจากเกาะฮอกไกโดไปยังเกาะฮอนชูก็สะดวกสบาย เพราะมีอุโมงค์ใต้ทะเลชื่อ อุโมงค์เซคัง หรือจะเดินทางด้วยการโดยสารเรือ และเครื่องบินก็ได้ โดยมีสนามบิน New Chitose เป็นศูนย์กลางมีสายการบินทั้งในและต่างประเทศบินมาลงมากมาย

1.3  Onsen แช่น้ำแร่ที่ญี่ปุ่น

1c5a633ff90c41bb_1280_mineral-water

หนึ่งในวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นที่คนทั่วโลกต่างรู้จัก คือ Onsen การแช่น้ำแร่ในออนเซนหรือบ่อน้ำพุร้อนที่เกิดจากน้ำซึมผ่านชั้นของดิน และหิน ทำให้ในน้ำมีแร่ธาตุต่างๆ สะสมอยู่ เช่น โซเดียม แคลเซียม ฟลูออไรด์โพแทสเซียม ซึ่งสามารถทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ระบบหมุนเวียนของเลือดทำงานได้ดีขึ้น บรรเทาอาการปวดเมื่อยต่างๆ และช่วยผ่อนคลายความเครียดได้เป็นอย่างดี
สัมผัสอีกหนึ่งเสน่ห์ของวัฒนธรรมญี่ปุ่น ที่จะช่วยทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายจากความเครียด และความเมื่อยล้าต่างๆ ได้อย่างดีเยี่ยม

1.4 หมู่บ้านประวัติศาสตร์ชิราคาวาโกะ

shirakawago-690627_1280

ใครที่ผ่านไปแถว ๆ จังหวัดกิฟุ คงไม่พลาดที่จะแวะไปเที่ยวชมหมู่บ้านประวัติศาสตร์หรือหมู่บ้านมรดกโลกอย่างหมู่บ้านประวัติศาสตร์ชิราคาวาโกะ หมู่บ้านที่ยังคงเต็มไปด้วยกลิ่นอายของวิถีชีวิตดั้งเดิมแบบญี่ปุ่นเต็มรูปแบบ และน้อยคนที่จะไม่แวะหากผ่านไปแถวนั้นจริง ๆ

หมู่บ้านประวัติศาสตร์ชิราคาวาโกะ ตั้งอยู่บนภูเขาในเขตจังหวัดกิฟูและโทยามา ซึ่งเป็นจังหวัดใจของกลางประเทศญี่ปุ่น เป็นหมู่บ้านที่มีอายุกว่า 250 ปี ที่ยังคงรูปแบบดั้งเดิมของบ้านเรือนในสมัยนั้นเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และหลังจากองค์การยูเนสโกได้ประกาศขึ้นทะเบียนหมู่บ้านประวัติศาสตร์ชิราคาวาโกะให้เป็นมรดกโลกแล้ว ที่หมู่บ้านแห่งนี้ก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่มีนักท่องเที่ยวจะทั่วโลกมาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย

สำหรับเอกลักษณ์และความโดดเด่นของหมู่บ้านประวัติศาสตร์ชิราคาวาโกะ คือการปลูกสร้างบ้านเรือนแบบแกสโซ ซึ่งเป็นบ้านสไตล์ญี่ปุ่นโบราณที่สร้างด้วยไม้และมุงหลังคาด้วยหญ้า โดยลักษณะของหลังคานั้นจะเป็นแบบทรงพนมมือ ที่มีความชันถึง 60 องศา โดยบ้านแต่และหลังที่สร้างขึ้นนั้น ไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว เมื่อพูดถึงหลังคาแล้ว หากลองเข้ามาดูภายในหลังคาจะพบว่าถูกแบ่งออกเป็นชั้นต่าง ๆ ตั้งแต่ 2 – 4 ชั้นขึ้นไป เพื่อใช้เก็บของและเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้กับชั้นล่าง ซึ่งนอกจากจะเก็บของแล้ว บางบ้านที่ยังปลูกหม่อนเลี้ยงไหม จะใช้ชั้นใต้หลังคาเป็นที่เลี้ยงไหมอีกด้วย

1.5 ภูเขาไฟฟูจิ ภูเขาที่สูงและงดงามที่สุดในญี่ปุ่น

reflection-849159_1280

 

สัมผัสกับภูเขาไฟฟูจิ ภูเขาที่สูงและงดงามที่สุดในญี่ปุ่น

          บางคนสงสัยว่าอะไรคือสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่น เพราะหากเป็นวัฒนธรรม ก็คงต้องยอมรับว่ามีหลายอย่างเหลือเกินที่ไทยเรารับเข้ามา แล้วหากเป็นสถานที่ล่ะ เมื่อมีโอกาสได้มาเที่ยวที่ญี่ปุ่นแบบนี้ก็อยากจะไปสัมผัสกับสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นที่ทุกคนทั่วโลกต่างรู้จักกันเป็นอย่างดีบ้าง

ภูเขาไฟฟูจิ สัญลักษณ์ของญี่ปุ่นที่มั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง

          ภูเขาไฟฟูจิ หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า ฟูจิซัง เป็นภูเขาไฟที่มีความสูงประมาณ 3,776 เมตร วัดเส้นรอบวงได้ประมาณ 100 กิโลเมตร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดโตเกียว โดยอยู่ระหว่างจังหวัดชิซึโอะกะและจังหวัดยะมะนะชิ ซึ่งภูเขาไฟฟูจินั้นเคยระเบิดครั้งหลังสุดเมื่อปี พ.ศ.2250 ตรงกับยุดเอโดะ ซึ่งนอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นแล้ว ภูเขาไฟฟูจิยังได้รับการคัดเลือกและประกาศให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย

ปัจจุบันภูเขาไฟฟูจิกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาสัมผัสกับความงดงามของภูเขาไฟใหญ่ยักษ์แห่งนี้ โดยธรรมเนียมของชาวญี่ปุ่นคือ ชาวญี่ปุ่นทุกคนจะต้องมาเที่ยวที่นี่อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต เพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่บนยอดเขา ซึ่งในช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม ของทุกปี จะเป็นช่วงที่ภูเขาฟูจิเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ปีนขึ้นไปอย่างเป็นทางการ ซึ้งหากปีนถึงยอดเขาจะใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 6 ชั่วโมงและลงอีก 4 ชั่วโมง โดยระหว่างทางก็จะมีที่พักให้สำหรับนักปีนเขาอยู่ตลอดทาง ที่สำคัญข้างบนยอดเขายังมีโทรศัพท์และตู้ไปรษณีย์อีกด้วย

1.6 พระราชวังอิมพีเรียล

japan-75770_1280

 

หลายคนทราบดีว่าสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีมากมายหลายสถานที่เหลือเกิน แต่ละสถานที่นั้นสามารถบอกเล่าเรื่องราวทางวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี ซึ่งหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมอีกหนึ่งแห่งที่มาเที่ยวญี่ปุ่นแล้วไม่ไปเที่ยวที่นี่อาจถือว่าไม่ได้มาเที่ยวญี่ปุ่นจริง ๆ นั่นคือ พระราชวังอิมพีเรียล

พระราชวังอิมพีเรียล หรืออีกชื่อที่หลายคนรู้จักคือ พระราชวังโตเกียว ซึ่งพระราชวังแห่งนี้เป็นสถานที่ประทับของพระจักรพรรดิญี่ปุ่นตลอดจนราชวงศ์อิมพีเรียล โดยภายในพระราชวังนั้นประกอบไปด้วยพระราชมนเทียรพระตำหนักของพระราชวงศ์ พิพิธภัณฑ์ในพระองค์ สำนักพระราชวังและพระราชอุทยานขนาดใหญ่

ปัจจุบันพระราชวังอิมพีเรียลเปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ ซึ่งบริเวณยอดนิยมของพระราชวังแห่งนี้คือบริเวณด้านหน้าของพระราชวังซึ่งเป็นสะพายคู่ โดยสะพายคู่แห่งนี้จะมีสะพานเหล็กที่อยู่ด้านหลังเพื่อเชื่อมเข้าเขตพระราชวัง และสะพานหินที่อยู่ด้านหน้าเพื่อเชื่อมต่อสู่สะพานเหล็ก และบริเวณนี้นี่เองที่นักท่องเที่ยวมักชื่นชอบถ่ายรูปและเก็บภาพความประทับใจ

1.7 ปราสาทฮิเมะจิ มรดกโลกของญี่ปุ่น

 

himeji-517448_1280

ใครมาเที่ยวญี่ปุ่นแล้วได้มีโอกาสมาเที่ยวแถว ๆ เมืองฮิเมะจิ จังหวัดเฮียวโงะ คงไม่พลาดที่จะแวะมาเที่ยวยังปราสาทฮิเมะจิ ปราสาทซึ่งเป็นมรดกโลกของชาวฮิเมะจิและชาวญี่ปุ่น ที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ที่ปัจจุบันนี้เปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่สามารถดึงดูดใจนักท่องเที่ยวทั้งภายในประเทศและต่างประเทศได้เป็นอย่างดี

เยี่ยมชมปราสาทฮิเมะจิ ปราสาทที่มีอายุเก่าแก่กว่า 400 ปี

          ปราสาทฮิเมะจิ หรืออีกชื่อเรียกคือ ปราสาทนกกระสาขาว เนื่องจากปราสาททั้งหลังถูกทาด้วยสีขาวและมุงกระเบื้องด้วยสีขาวทั้งหมด นับว่าเป็นปราสาทที่มีความงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง นอกจากความงดงามแล้ว ยังมีประวัติศาสตร์และความเป็นมาที่ยาวนานกว่า 400 ปี ทำให้ปราสาทแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก

ปัจจุบันปราสาทฮิเมะจิกำลังอยู่ในช่วงซ่อมบำรุง ซึ่งจะมีการซ่อมบำรุงในทุก ๆ 50 ปี ทำให้นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนในช่วงนี้ไม่สามารถเข้าชมภายในตัวปราสาทได้ แต่ถึงกระนั้นที่ปราสาทฮิเมะจิแห่งนี้ยังมีพื้นที่อื่น ๆ ให้เยี่ยมชมอีกมากมาย

1.8 ชมลาเวนที่ฟุระโนะ

c8c831b7c5480f8f_1280_Lavandula

 

หากคุณเป็นผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติ ดอกไม้ โดยเฉพาะดอกลาเวนเดอร์ ขอแนะนำให้เดินทางมาที่เมืองฟุระโนะ ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงหน้าร้อนเลยค่ะ แล้วจะได้พบกับความสวยงามของดอกลาเวนเดอร์ที่บานสะพรั่งทั่วทั้งเนินเขา

ฟุระโนะ เป็นเมืองกึ่งจังหวัดคะมิกะวะ จังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน – กันยายน ของทุกปี จะเป็นช่วงเวลาที่ทุ่งดอกลาเวนเดอร์บานทั่วทั้งพื้นที่ของฟาร์มโทมิตะ เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสความสวยงามด้วยสายตาของตัวเอง

การเดินทางมาฟาร์มโทมิตะจากสถานีรถไฟเจอาร์ Sapporo ให้ขึ้นรถไฟขบวนพิเศษ Furano Lavender Express มาลงที่สถานี Furano ซึ่งจะใช้เดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นมาต่อ Norokko Train รถไฟไม้ขบวนพิเศษที่จะมีเฉพาะในฤดูร้อนเท่านั้น ไปลงสถานีลาเวนเดอร์ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที เมื่อลงรถไฟสามารถเดินไปฟาร์มโทมิตะได้ โดยใช้เวลาเดินประมาณ 7 นาที

1.9 ปราสาทโอซาก้า

15af365b0e6fe65e_1280_osaka

          ปราสาทโอซาก้าถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองโอซาก้าก็ว่าได้ โดยแต่เดิมนั้นที่นี่เคยเป็นวัดมาก่อน ในอดีตมีการบูรณะใหม่อยู่หลายครั้ง จนครั้งล่าสุดในปี ค.ศ.1931 ชาวเมืองโอซาก้ารวมกันบริจาคเงินเพื่อสร้างหอคอยหรือ Tenshukaku เพื่อให้ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวได้สามารถขึ้นไปชมความงามของทิวทัศน์ ซึ่งนอกจากหอคอยที่มีความงดงามแล้ว ภายในปราสาทยังมีการจัดแสดงนิทรรศการต่าง ๆ อีกมากมาย

——————————————————————————————————————–

2.สถานที่ ท่องเที่ยววัดในญี่ปุ่น บอกได้เลยว่ากรุปทัวร์ญี่ปุ่น เกือบทุกกรุปจะนิยมไปกัน

2.1 วัดอาซากุสะ คันนอน

 

japan-237658_1280

 

          ใครที่ได้มีโอกาสไปเที่ยวยังสถานที่สำคัญในเมืองโตเกียวมาหลายที่แล้ว คงนึกอยากกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิของเมืองนี้บ้าง เพราะธรรมเนียมของนักท่องเที่ยวเมื่อมาเยือนสถานที่แห่งไหนก็แล้วแต่ หากสถานที่แห่งนั้นมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองแล้วล่ะก็ ต้องไปกราบสักการะและขอพรทุกครั้งไป

วัดอาซากุสะ คันนอน เป็นวัดประจำเมืองโตเกียวที่ตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ววันแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า วัดเซ็นโซจิ แต่ที่เรียกว่าวัดอาซากุซะเพราะเป็นชื่อเดียวกันกับชื่อย่านแห่งนั้นนั่นเอง

วัดอาซากุสะ คันนอน นับว่าเป็นวัดที่มีความเก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมื่อโตเกียว สร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.628 – 645 ในสมัยก่อนนั้นใช้เป็นที่สักการะและขอพรจากเทพเจ้าคันนอนของเหล่าซามูไรและโชกุน ซึ่งพรต่าง ๆ ที่ขอนั้นประสบผลอยู่เสมอ จึงทำให้เหล่าโชกุนและเหล่าซามูไรมีความเลื่อมใสในวัดแห่งนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งจุดเด่นของวัดอาซากุซะนั้นจะสังเกตได้อย่างชัดเจน เพราะจะมีโคมแดงขนาดยักษ์ตั้งอยู่ที่บริเวณประตูคามินาริม โดยที่โคมแดงนั้นจะมี 2 เทวบาลรักษาประตู ได้แก่ ฟูจิน เจ้าแห่งสายลม และ ไร เจ้าแห่งอสุนีบาต คอยเฝ้าประตูเอาไว้ และหลังจากที่นักท่องเที่ยวกราบนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์เรียบร้อยแล้ว ก็มักจะเดินเลยไปเที่ยวช้อปปิ้งต่อที่ถนนนาคามิเซะ

2.2 วัดนาริตะ ซัน

 

japan-345505_1280

นักท่องเที่ยวที่กำลังจะไปเที่ยวที่เมืองนาริตะบางคนอยากรู้ว่า ถ้ามาเที่ยวที่เมืองนาริตะแล้ว ที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรน่าสนใจบ้าง เพราะเมืองนาริตะเป็นทั้งเมืองท่าอากาศยาน ศาลเจ้า เมืองเก่า เมืองใหม่ และเส้นทางรถไฟหลายสาย ซึ่งหากถามนักท่องเที่ยวที่เคยมาที่นาริตะแล้วต้องบอกว่าวัดนาริตะ ซัน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องมาให้ได้สักครั้ง

วัดนาริตะ ซัน เป็นวัดประจำเมืองนาริตะที่ตั้งอยู่บนเนินเขาใจกลางเมืองนาริตะ มีอายุราว ๆ 1,000 ปี เป็นวัดเก่าแก่ที่ได้รับการดูแลและรักษามาอย่างดีที่สุด ปัจจุบันเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทุกคนที่ได้มาเยือนยังเมืองนาริตะต้องมากราบนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอพรและขอให้ชีวิตมีแต่สิริมงคล ถึงแม้ว่าวัดนาริตะ ซัน จะไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่มีกิจกรรม มีความตื่นตาตื่นใจ หรือสิ่งแปลกใหม่ที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวได้เช่นเดียวกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ แต่หลายคนก็ทราบดีว่าวัดนาริตะ ซัน เป็นวัดประจำเมืองที่ใครต่างก็ไปขอพร เพราะนอกจากจะเป็นวัดประจำเมืองแล้ว วัดนาริตะ ซัน ยังเป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมอันสวยงามที่สามารรถแสดงออกถึงวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของญี่ปุ่นอย่างแท้จริงได้ จึงที่ได้รับความศรัทธาจากชาวญี่ปุ่นอย่างสูง

ยิ่งในช่วงวันเทศกาลอย่างเทศกาลวันปีใหม่นั้น ที่วัดนาริตะ ซัน จะคลาคล่ำไปด้วยผู้คนจำนวนนับแสนที่มาขอพรกับหลวงพ่อฟุโดเมียว หรือเทพเจ้าแห่งไฟอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อขอเครื่องรางเก็บไว้บูชาในวันขึ้นปีใหม่ นอกจากนี้ในช่วงเดือนเมษายนยังมีงานเทศกาลตีกลองไทโกะที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคคันโต ที่ทางวัดนาริตะจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในงานนั้นจะมีนักตีกลองหลายร้อยคนเดินตีกลองไปตามถนนโอะโมะเตะซันโดในวันที่สองของเทศกาล เรียกความสนใจจากผู้ที่ผ่านไปผ่านมาได้ไม่น้อย

2.3 วัดโทไดจิ เมืองนารา

todaiji-548415_1280

 

วัดโทไดจิ” ถือเป็นแลนด์มาร์คอีกแห่งที่ผู้มาเยือนเมืองนาราไม่ควรพลาด เพราะถ้าไม่มาที่นี่ถือว่ามาไม่ถึงเมืองนี้ โดยเป็นวัดพุทธที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และเป็นศูนย์กลางของโรงเรียนฤทธิยวรรณาลัยในสายเคงอน

วัดโทไดจิ ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1286 สมัยจักรพรรดิโซมุ เพราะเป็นยุคที่มีผู้ประสบภัยจากธรรมชาติและโรคระบาดเป็นจำนวนมาก จักรพรรดิโซมุจึงประกาศว่าประชาชนควรร่วมกันสร้างพระพุทธรูปเพื่อปกป้องตนเองจากภัยพิบัติ โดยมีชาวบ้านกว่า 2,600,000 คน มาร่วมมือร่วมใจกันสร้างพระพุทธรูปไดบุสึ และหอวิหารที่ประดิษฐาน ซึ่งการสร้างพระพุทธรูปเริ่มตั้งครั้งแรกที่เมืองชิงะระกิ แต่เกิดเหตุเพลิงไหม้และแผ่นดินไหวมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จึงได้ย้ายมาสร้างที่เมืองนาราในปี พ.ศ. 1288 และสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 1294 ปีถัดมาได้จัดให้มีพิธีเบิกเนตร โดยพระภิกษุชาวอินเดียชื่อ พระโพธิเสนะ เป็นผู้ประกอบพิธี มีผู้มาร่วมพิธีกว่า 10,000 คน ภายหลังจักรพรรดิโชมุได้ทรงประกาศให้วัดโทไดจิเป็นวัดประจำจังหวัดยะมะโตะ และเป็นศูนย์กลางของวัดทั่วอาณาจักร

—————————————————————————————————————————–

3.สถานที่ช็อปปิ้งกินข้าว ในญี่ปุ่นไปทัวร์ญี่ปุ่น พลาดไม่ได้ที่จะแวะไปช็อปพวกเครื่องสำอาง เสื้อผ้าแฟชั่น

3.1 แวะชิมเบียร์ที่ย่าน Ebisu

 

ebisu-beer-488639_1280

ย่าน Ebisu ใครมาโตเกียวบอกได้เลยว่าพลาดไม่ได้จริงๆที่จะมาเที่ยว

นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวญี่ปุ่นนั้น แน่นอนเลยว่าโตเกียวน่าจะเป็นเมืองอันดับต้นๆ ที่หลายๆ คนจะมาเยือน และอีกย่านที่น่าสนใจในเมืองใหญ่แห่งนี้ก็คือย่าน อิบิซึ อันโด่งดังนั่นเอง
โดยย่าน Ebisu นั้นเป็นย่านหนึ่งในเขตชิบุยะ ถือกำเนิดมาจากการเป็นชุมชนรอบๆ อาคารของ Japan Beer Brewery Company ตั้งเเต่ปี พ.ศ. 2471 ซึ่งถือเป็นบริษัทเบียร์ที่มีความเจริญเเละเป็นที่นิยมในหมู่ชาวญี่ปุ่นเป็นอันมาก โดยบริษัทเบียร์ ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2433 โดย Japan Beer ตั้งชื่อตามเทพเอิบิซึ หนึ่งในเจ็ดเทพแห่งโชคลาภของญี่ปุ่น โดยนำรูปองค์เทพเเละชื่อมาเป็นเเบรนด์ชองเบียร์ โดยสำหรับย่านนี้ที่ได้ชื่อว่า อิบิซึ ก็เพราะว่า Japan Beer สร้างสถานีรถไฟเพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งเบียร์ ย่านนี้จึงได้ชื่อตามสถานีรถไฟเเห่งนั้น ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงอยู่หลังจากที่ Japan Beer ได้จัดระบบองค์กรใหม่และเปลี่ยนชื่อเป็น Sapporo Breweries Ltd. หลังจากที่โรงกลั่นเบียร์ถูกย้ายออกไปที่ชิบะเมื่อ พ.ศ. 2531 เเละพื้นที่เดิมของโรงกลั่นก็ถูกปรับปรุงเป็น Yebisu Garden Place

เนื่องจากย่าน Ebisu มีสถานีรถไฟที่ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนรถไฟของผู้ใช้บริการสายยะมะโนะเตะและฮิบิยะ จึงทำให้มีบาร์เเละร้านอาหารมากมาย ต้อนรับเหล่าซารารี่เเมนหลังเลิกงาน โดยมีทั้ง ร้านอาหารแบบ izakaya ไปจนถึงผับแบบอังกฤษ รวมถึง old-fashioned tachinomi bars ที่ต้องยืนกินเเละดื่ม ซึ่งหากคุณอยากจะสัมผัสถึงวิถีชีวิตของคนทำงานในโตเกียวว่าหลังเลิกงานเขาเป็นอย่างไรกัน ก็ไม่ควรพลาดย่านนี้เลย โดยคุณสามารถเดินมาที่ย่านเก่าซึ่งอยู่ถัดจากทางออกด้านตะวันตกของสถานีรถไฟ แยกออกจากถนนโคะมะสะวะ นอกจากนี้เเล้วยังสามารถไปชมวิวรอบกรุงโตเกียวได้ด้วยที่ชั้น 38 ของอาคาร Yebisu Garden Place Tower
โดยหลักๆ ของย่าน อิบิซึ นั้นจะอยู่รอบ Yebisu Garden Place และโรงแรม Westin เป็นหลัก โดยคุณสามารถเดินเท้าได้จากทางออกด้านตะวันออกของสถานีอิบิซึผ่านทาง Yebisu Skywalk โดยมีเเหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจทั้ง สำนักงานใหญ่ของ Sapporo Breweries หรือจะเป็นพิพิธภัณฑ์เบียร์อิบิซึ และ Tokyo Metropolitan Museum of Photography นอกจากนี้เเล้วที่นี่ยังเคยเป็นที่ตั้งของสำนักงานวงเกิร์ลกรุ๊ป ชื่อดังขวัญใจหนุ่มๆ ชาวไทยอย่าง วงอิบิซึ มัสแคทส์ (Ebisu Muscats) ที่รวบรวมบรรดา นางเอกหนัง AV กว่า 25 ชีวิต โดยเข้าๆ ออกๆ ผลัดเปลี่ยนกันมาสร้างความบันเทิงให้กับหนุ่มๆ ทั้งเอเซีย ก่อนที่พวกเธอจะประกาศเเยกวงกันไป เหลือเพียงตำนานเเละชื่อเสียงที่คู่กับย่าน อิบิซี

3.2  Jiyugaoka จิยูกาโอกะ ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของขนมหวาน

 

japan-230882_1280

หลายๆ คนที่เดินทางมาท่องเที่ยวญี่ปุ่น โดยเฉพาะในโตเกียวนั้น ต่างก็มีเหล่งช็อปปิ้งที่สนใจกันอยู่แล้ว แตะสำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่เหล่านักท่องเที่ยวอย่างเราๆ อาจจะไม่ค่อยรู้จักกันมากนักก็มีอะไรที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว อย่างย่าน จิยูกาโอกะ ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของขนมหวานต่างๆ จนชาวญี่ปุ่นหลายๆ คนกล่าวกันว่าอาจจะเป็นการสืบทอดย่านขนมหวานต่อจากตลาดอาเมโยโกะก็เป็นได้
โดย Jiyugaoka เป็นเมืองหนึ่งภายใต้การปกครองของโตเกียว และอยู่ย่านชานเมืองของโตเกียว โดยมันมีความพิเศษที่เป็นสไตส์เป็นของตนเอง และได้รับการโหวตจากคนโตเกียวว่าอยากมีที่พักอาศัยอยู่ที่เมืองนี้มากที่สุด คุณอาจจะงงว่าเพราะอะไรผลโหวตจึงเป็นเช่นนั้น ถ้าเราจะบอกว่าก็เพราะเมืองนี้เต็มไปด้วยร้านค้าสินค้ากิ๊บเก๋ และแบรนด์เนม ร้านอาหารชั้นเลิศ ร้านบูติคที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของตนเอง ร้านเครื่องเรือนสวยๆ สไตส์วินเทจ และร้านดอกไม้ รวมทั้งที่ร้านขนมหวานที่ขึ้นชื่อที่สุดของย่านนี้ที่มีมากมายหลายร้านแถวดังๆ ทั้งนั้นด้วย โดยรวมเบ็ดเสร็จแล้วจากการสำรวจพบว่ามีร้านทั้งหมดกว่า 1,500 ร้าน ซึ่งแต่ละร้านนี้ก็ตกแต่งมีสไตส์เป็นของตัวเอง แต่เมื่อมารวมกันอยู่ในเมืองแล้วกลับเป็นตรีมที่สวยงามและโรแมนติคสุดๆ ไปเลย จึงไม่ต้องแปลกใจหากคุณไปเดินเล่นแล้วจะพบกับคู่รักหนุ่มสาวจูงมือกันกระหนุงกระหนิง

หากคุณเดินทางมาที่เมือง จิยูกาโอกะ แล้ว เราขอแนะนำให้เดินเล่นบนถนนเส้นกลางเมืองอย่าง Jiyu Dori Green Street ซึ่งถนนสายสั้นแห่งนี้เปรียบ เสมือนหัวใจของเมืองที่สองข้างทางจะมีร้านค้ามากมายปะปนกันไปให้คุณได้เลือกชมเลือกหา หรือแม้แต่เลือกชิม และความพิเศษของถนนเส้นนี้ก็คือมันจะยิ่งโรแมนติดมากๆ เมื่อถึงฤดูที่ดอกซากุระบาน จนเป็นอีกสถานที่ที่หนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นนิยมมาชมดอกซากุระกัน
ไฮไลท์อีกอย่างของ จิยูกาโอกะ ก็ยังคงอยู่ที่ร้านขนมหวานที่มีมากมายหลากหลายร้าน และที่เราของแนะนำก็คือ Sweet Forest ซึ่งเป็นแหล่งรวมร้านขนมหวานจากเชฟขนมหวานชื่อดังหลายคนเลยทีเดียว ที่ให้เลือกชิมกันอย่างจุใจ นอกจากนี้แล้วยังมีทั้งร้านเค้ก ร้านโดนัท และขนมหวานอีกนานาชนิด รวมทั้งคาเฟ่ สไตส์ชิคๆ อีกมากมาย เรียกว่าหากใครเป้นพวกขาขนมหวานคงจะต้องชื่นชอบกับบรรยากาศสบายๆ แล้วยังได้ชิมรสชาติแบบสุดยอดแบบนี้ ความสุขก็อยู่ในมือของคุณแล้ว

3.3 Kichijoji ย่านการค้าของกรุงโตเกียว

 

city-666107_1280

คงจะมีนักท่องเที่ยวหลายๆ คนที่มาเที่ยวญี่ปุ่นแล้วอยากจะสัมผัสกับรรยากาศแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร หรือแหล่งชิลๆ ที่ไม่มีอยู่ในไกด์บุคใดๆ และแน่นอนเลยว่าโตเกียวเมืองใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ก็มีย่านแบบนี้อยู่มากมาย เพียงแต่หลายๆ คนยังไม่รู้เท่านั้นเอง และคราวนี้เราก็ขอเสนอย่าน คิชิโจจิ ที่มีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

โดยย่าน Kichijoji นั้นถือว่าเป็นย่านการค้าที่สำคัญอีกเเห่งของกรุงโตเกียว เเต่อาจจะไม่ใช่เเหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจะรู้จักกันมากนัก เพราะมันไม่ได้ถูกบรรจุอยู่ในโปรเเกรมทัวร์ใดๆ เลย โดยความน่าสนใจของย่านนี้ก็มาจากการที่เป็นเเหล่งขายสินค้าหลากหลายประเภทในราคาที่ย่อยเยาว์ เเละบางร้านจะมีสินค้าที่หายากจำหน่ายอยู่ด้วย พร้อมกันนี้ก็มีร้านขายทั้งอาหารสดเเละอาหารญี่ปุ่นเเบบนั่งกินข้างทาง โดยจะเป็นร้านค้าเก๋ๆ เท่ห์ๆ ที่เเผงตัวอยู่ภายในย่านการค้าแห่งนี้ จึงทำให้มันกลายเป็นย่านที่น่าสนใจเพราะมีความหลากหลายทั้งทางด้านของสินค้าเเละราคา

โดยประวัติของย่าน คิชิโจจิ นั้นถือว่าน่าสนใจอย่างมาก เพราะในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลงใหม่ๆ มันเป็นเเหล่งตลาดมืดสำหรับขายสินค้าต่างๆ ก่อนที่จะพัฒนามาเป็นอย่างทุกวันนี้ โดยหากเดินออกมาจากสถานีคิชิโจจิ เราก็จะพบกับ Harmonica Yokocho ถัดเข้าไปอีกซักนิดก็จะเป็นศูนย์การค้ากลางแจ้งแต่มีหลังคาปกคลุมเรียกว่า Sun Road และ Daiyagai แต่ถ้าเดินตามถนนเฮอิวะไปทางซ้ายก็จะเจอห้างสรรพสินค้า Parco โดยสำหรับตรอก Harmonica นั้นจะเป็นพื้นที่เล็กๆ ที่มี สี่ซอยด้วยกันเเต่อัดเเน่นไปด้วยร้านค้าเเละร้านอาหารที่น่าสนใจมากมายกว่า 90 ร้านเลยทีเดียว โดยในเเต่ละซอยจะมีความกว้างเเค่วาเดียวตามมาตรฐานการวัดเเบบไทยๆ

3.4 Daikan yama ย่านช๊อปปิ้งเกิดใหม่ที่รวบรวมสไตส์เท่ห์ๆ

beautiful-257841_1280

หากจะว่ากันแล้วสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ที่ระยะหลังเริ่มเดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองกันมากขึ้น น่าจะเริ่มรู้จักกับย่านช็อปปิ้งชิคๆ แห่งหนึ่งในโตเกียว ที่มีสไตส์เป็นของตัวเอง จนกลายเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชมมากขึ้นอย่าง ย่าน ไดกันยาม่า ที่คุณจะพบกับชาวโตเกียวมาเดินเล่นชิลๆ ในวันหยุด

สำหรับ Daikan yama ถือเป็นย่านช๊อปปิ้งเกิดใหม่ที่รวบรวมร้านรวงสไตส์เท่ห์ๆ แบบ ไดกันยาม่าสไตส์เอาไว้ พร้อมกับร้านแบรนด์เนม และโลคอลแบรนด์ มากมาย ให้คุณได้เลือกสรรสินค้ากันอย่างจุใจเลยทีเดียว พร้อมกับร้านขนม หรือคาเฟ่ชิคๆ อีกมากมาย ชนิดที่เดินทั้งวันก็ไม่เบื่อ โดนมันจะแทรกตัวอยู่ในชุมชนเขตชานเมืองของโตเกียวที่ไม่ค่อยจะพลุกพล่านมากนัก ถือเป็นอีกสไตส์ของการช๊อปปิ้งสำหรับใครที่ไม่ชอบคนเยอะๆ อยากจะลองเลือกของนานๆ หน่อย สบายๆ ชิลๆ ต้องที่ไดกันยาม่าเลย

ร้านรวงภายใน ไดกันยาม่า นั้นก็มีหลายร้านมากมายที่เป็นแบรนด์เนมทั้ง EVISU, PAUL Smith,Onitsuka Tiger และ adidas โดยเฉพาะช๊อปของ Onitsuka Tiger ที่นี่จะมีของครบทุกรุ่นทุกไซส์ให้คุณได้เลือกสรรกันอย่างจุใจ แถมหากมาช่วงดีๆ ก็มีลดราคากันแบบสะใจอีกด้วย ซึ่งก็จะคล้ายๆ กับ Adidas ที่คุณสามารถพบกับรุ่นหายากๆ ในเมืองไทยได้อย่างง่ายๆ แถมยังลดราคาอีกต่างหาก นอกจากนี้แล้วสาวกของตุ๊กตา blithe ก็ไม่ควรพลาดกับ ร้านที่มีตุ๊กตาแบรนด์นี้ให้เลือกอย่างมากมาย ส่วนที่เป็นร้านที่มีสินค้าผลิตออกของไดกันยาม่าก็ต้องร้านนี้เลย Mr.Friendy ที่ขายกระเป๋าผ้าและเสื้อผ้าที่ผลิตขึ้นที่นี่ โดยมีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว หรือจะเป็นร้านอย่าง OKGO Tokyo ที่ขอแนะนำไว้ และร้านขายซีดีอย่าง Bonjour records ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

นอกจากนี้แล้ว Daikan yama ยังมีร้านคาเฟ่ และร้านขนมชื่อดังมากมาย ที่สามารถให้คุณได้เข้าไปลิ้มรสชิมของอร่อยๆ กันอย่างตลอดแนวทั้ง Le Cordon Bleu หรือร้านโบว์สีฟ้า อันโด่งดังที่เป็นร้านเก่าแก่ มีชื่อเสียงมาเป็นร้อยปี เกี่ยวกับการทำอาหารฝรั่งเศส และที่นี่ยังเป็นโรงเรียนสอนการประกอบอาหารที่มีชื่อเสียงอีกด้วย หรือว่าจะเป็นร้านขนมอร่อยอย่างร้าน EATALY ก็น่าสนใจไม่น้อย และยังมีร้านคาเฟ่ เท่ห์ๆ ทั้งแบบตกแต่งแบบอาร์ตๆ หรือจะนั่งสบายๆ รับลม ชิลๆ ก็มีให้คุณได้เลือกกันอย่างจุใจ

3.5 Cat Street สถานที่ช๊อปปิ้งอีก1ที่ พลาดไม่ได้

osaka-642459_1280

สถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นนั้น เรียกว่ามีมากมายหลายสไตส์ แต่สำหรับย่านที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเหล่านักท่องเที่ยวผู้ไม่อยากจำเจกับสถานที่ท่องเที่ยวเดิมๆ ก็คงจะหนีไม่พ้นถนนแห่งแมว หรือที่เราจะรู้จักกันในชื่อว่า Cat Street อันโด่งดังนั่นเอง
สำหรับบริเวณที่ตั้งของ Cat Street นั้นอาจจะหายากสำหรับนักท่องเที่ยว ผู้ไม่คุ้นเคยเส้นทาง หากแต่เพียงคุณทำตามที่เราจะอธิบายต่อไปก็ไม่น่าจะใช้เรื่องยากอะไรในการจะมาเดินช๊อปปิ้งที่ย่านนี้ เราจะเริ่มกันจากหน้าห้าง Bic Camera โดยถ้าหันหน้าออกไปทางถนนเมจิ จะไปฮาราจูกุก็ไปทางซ้าย เดินไปครู่เดียวก็จะผ่านโรงแรม Tokyu Inn เลยไปอีกนิดก็จะเจอสวนสาธารณะมิยะชิตะ(Miyashita Park) ให้คุณข้ามถนนตรงไปสู่สวนสาธารณะมิยะชิตะ พอใกล้จะสุดสวน ให้คุณมองไปยังฝั่งตรงข้าม จะเห็นถนนเล็กๆ เส้นหนึ่งแยกออกจากถนนเมจิไป ถนนนี้มีชื่อเต็มๆว่า Kyu Shibuya-River Street ลองดูป้ายดูก็ได้ นี่แหละคือที่ที่เราจะมาช็อปปิ้งดัน

อีกกชื่อหนึ่งของ Cat Street ก็คือ Kyu Shibuya-River Street ซึ่งเป็นชื่ออย่างเป็นทางการ แต่เราไม่แนะนำให้คุณเอ่ยชื่อนี้ในการถามทาง และเหตุที่มันได้ชื่อว่าอย่างนี้ ก็เพราะว่าเมื่อก่อนนั้นย่านนี้จะเป็นย่านที่ค่อนข้างเงียบไม่พลุกพล่าน ซึ่งปัจจุบันหากเทียบกับย่านช็อปปิ้งอื่นๆ ก็ถือว่าเงียบกว่ากันอยู่มาก เมื่อความเงียบเข้าครอบคลุม ก็ทำให้เจ้าแมวเหมียวทั้งหลายออกมาอวดโฉมตามถนนกันอย่างมากมาย หรือพวกมันอาจจะคิดว่าเป็นถิ่นของมันหรือเปล่าอันนี้ก็ไม่อาจจะทราบได้ แต่จากการที่พวกมาออกมาบ่อยๆ เข้าก็มีคนถ่ายภาพไปโพสตามสื่ออย่างต่อเนื่องจนทำให้ถนนเส้นนี้ได้ชื่อเรียกง่ายๆ ตามเจ้าเหมียวทั้งหลายว่า Cat Street ย่านนี้จึงเด่นดังขึ้นมาพร้อมกับจำนวนแมวเหมียวที่เริ่มจะลดลงบ้าง

โดย Cat Street นั้นถือได้ว่าเป็นย่านฮิบๆ ชีคๆ อีกย่านก็ว่าได้ เพราะที่นี่จะมีร้านรวงแปลกๆ มาแทรกตัวอยู่เป็นระยะ โดยมีทั้งแบรนด์ระดับโลกและแบรนด์โลคอล ที่น่าจะเป็นที่หมายตาของนักช็อปชาวไทยที่สนใจในความสวยงามและแปลกตา อย่างร้าน 45rpm ร้านเสื้อผ้าแฟชั่นที่โดดเด่นด้วยยีนส์สัญชาติญี่ปุ่นแท้ และโด่งดังข้ามโลกไปถึงนิวยอร์คและปารีส

3.6 ช้อปปิ้งที่ย่านชินจูกุ ฮาราจูกุ โอไดบะ

city-666093_1280

ใครได้มีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่นคงไม่พลาดย่านช้อปปิ้งสุดฮิตอย่างย่านชินจูกุ ฮาราจูกุ และโอไดบะ เพราะทั้ง 3 ย่านนี้เรียกได้ว่าเป็นย่านสุดฮิตจริง ๆ ที่ใครมาญี่ปุ่นแล้วไม่แวะไปช้อปปิ้งและชมวิถีชีวิตของคนในย่านเหล่านี้ อาจเป็นเรื่องที่น่าเสียดายไม่น้อย

แนะนำย่านยอดฮิตย่านชินจูกุ ฮาราจูกุและโอไดบะ ที่ใครก็ต้องไป

          เป็นธรรมเนียมของนักท่องเที่ยวอยู่แล้วว่า เมื่อไปเที่ยวยังสถานที่แห่งไหนก็แล้วแต่ จะต้องไปซื้อของที่ระลึกที่ไม่มีในบ้านเราติดไม้ติดมือกลับบ้าน และที่ญี่ปุ่นย่านช้อปปิ้งอันดับต้น ๆ ที่ขึ้นชื่อคงต้องยกให้ย่านชินจูกุ ฮาราจูกุและโอไดบะ เพราะย่านเหล่านี้เป็นแหล่งรวมสินค้าต่าง ๆ มากมายให้ทั้งนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเองและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้จับจ่ายซื้อสินค้าทั้งแฟชั่นเสื้อผ้า ของใช้ ของกินและของที่ระลึกต่าง ๆ มากมาย ซึ่งแต่ละย่านนั้นมีเอกลักษณ์และความโดดเด่นที่แตกต่างกัน ดังนั้นเราลองไปดูกันซิว่าแต่ละผ่านมีอะไรเด็ดและอะไรดังกันบ้าง

ย่านชินจุกุ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ถือว่าทันสมัยที่สุดในฝั่งตะวันตกของเมืองโตเกียว เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่รวมเอาสินค้าต่าง ๆ มากมายไว้ที่นี่ให้นักท่องเที่ยวได้จับจ่ายซื้อสินค้ากันอย่างจุใจ ซึ่งนอกจากจะมีห้างสรรพสินค้าหลายแห่งและร้านค้าสารพัดแล้ว ที่ชินจุกุแห่งนี้ยังมีสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมสูงมากอีกด้วย

3.7 ช็อปปิ้งที่ย่านชิบูยา

japan-217882_1280

 

แนะนำแหล่งช้อปปิ้งดังในย่านชิบูยะที่คุณต้องไป

          ซึ่งก่อนที่จะไปเดินช้อปปิ้งที่ชิบุยะนั้น นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอาจต้องทำความรู้จักกับชิบุยะพอสมควร เพราะที่ย่านแห่งนี้อาจแตกต่างจากย่านอื่น ๆ อยู่บ้าง ตรงที่ไม่ได้ถูกแบ่งเป็นบล็อกสี่เหลี่ยม แต่จะเป็นถนนยาวเรียงรายด้วยห้างสรรพสินค้าและร้านค้าขายทั่วไป หากใครไม่เคยรู้จักอาจทำให้หาร้านค้าไม่เจอได้

สำหรับที่ย่านแห่งนี้มีทั้งห้างสรรพสินค้าและร้านค้าเด่นดังหลายร้านที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งต่อไปนี้คือห้างสรรพสินค้าและร้านค้าในย่านชิบูยะที่เราขอแนะนำ

  1. Shibuya 109

Shibuya 109 เป็นตึกชื่อดังที่มีความสวยโดดเด่นเป็นสง่า ความสูงของตึกนี้สามารถมองเห็นได้ตั้งแต่ออกจากรถไฟฟ้า ซึ่งภายในตึก Shibuya 109 แห่งนี้จะเน้นขายสินค้าจำพวกเสื้อผ้าแฟชั่นต่างๆ มากมาย เรียกว่าใครชื่นชอบการแต่งตัวอาจกระเป๋าหลังจากออกมาจากตึกได้

  1. Tokyo hands

Tokyo hands  เป็นแหล่งขายสินค้า D.I.Y หรือสินค้าที่ประดิษฐ์และประกอบขึ้นเองที่มีไอเดียเก๋ไก๋ โดยที่ห้างแห่งนี้จะแบ่งหมวดสินค้าออกเป็นชั้น ชั้นละหมวด นักท่องเที่ยวอาจเดินขาลากได้เพราะที่นี่มีเป็น 10 ชั้นเลยทีเดียว

  1. Center Gai

Center Gai เป็นย่านขายเสื้อผ้าแฟชั่นชั้นนำที่เหล่าวัยรุ่นญี่ปุ่นทราบดีว่า เทรนด์ต่าง ๆ ในญี่ปุ่นมาจากย่านนี้แทบทั้งสิ้น ที่นี่มีร้านค้าและร้านอาหารมากมายที่เปิดกันจนดึกดื่น

  1. Koen Dori

เป็นถนนที่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าและร้านค้าเต็มสองข้างทาง อาจเรียกว่าเป็นถนนสายช้อปปิ้งของที่นี่ก็ว่าได้ ที่สำคัญที่ถนนแหล่งนี้มีขนาดกว้างใหญ่มาก จึงมักพบว่ามีผู้คนเดินข้ามไปมากันให้วุ่นวายเมื่อเจอร้านค้าที่ถูกใจอยู่อีกฝั่งของถนน

  1. Loft

เป็นแหล่งขายของประเภท D.I.Y อีกแห่งที่คนไทยรู้จักเป็นอย่างดี ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากแหล่งคู่แข่งอย่าง Tokyo hands มากนัก

  1. Seibu Parco Marui Tokyu

เป็นอีกแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมเช่นกัน มีสินค้ามากมายให้เลือกจับจ่ายซื้อของ บางคนมาหมดเงินกระเป๋าแฟบที่นี้ก็มีไม่น้อย

———————————————————————————————————————

4.เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปทัวร์ญี่ปุ่น

1029553e237a868e_1280_Japanese

  หากพูดถึงการเดินทางไปทัวร์ญี่ปุ่น คงเป็นเรื่องที่ใครหลายคนใฝ่ฝัน เพราะญี่ปุ่นถือว่าเป็นประเทศที่ทุกคนรู้จัก ไม่เว้นแม้กระทั่งหนู ๆ ทั้งหลายที่มีฮีโร่ในดวงใจเป็นตัวการ์ตูนชื่อดัง ก็ล้วนแล้วแต่มาจากประเทศญี่ปุ่นแทบทั้งสิ้น ดังหากมีโอกาสได้ไปทัวร์ญี่ปุ่นสักครั้ง คงสร้างความสุขให้กับทุกคนไม่น้อย

เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปทัวร์ญี่ปุ่น

แต่การเดินทางไปทัวร์ญี่ปุ่นนั้น มีหลายสิ่งที่ผู้เดินทางจำเป็นต้องศึกษา เรียนรู้และทำความเข้าใจ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญสำหรับการเตรียมตัวก่อนการเดินทางไปทัวร์ญี่ปุ่น โดยเฉพาะกับผู้ที่ทัวร์ญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก

ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น

ดังนั้นเพื่อให้การทัวร์ญี่ปุ่นของคุณแฮปปี้และสะดวกราบรื่นที่สุด ผู้เดินทางจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลเหล่านี้ก่อนการเดินทางไปทัวร์ญี่ปุ่น

  1. ระเบียบการและเอกสารยื่นขอวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น
  2. ระเบียบศุลกากร
  3. ระเบียบและการเดินทางขึ้นเครื่อง
  4. ข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศญี่ปุ่น
  5. การนำเข้าสิ่งของปลอดภาษีและสิ่งที่สามารถนำเข้าประเทศญี่ปุ่นได้
  6. เกี่ยวกับเงินตรา เช็คและบัตรเครดิต
  7. การสื่อสารและการใช้โทรศัพท์
  8. ภาษาง่าย ๆ ในการสื่อสาร
  9. ข้อควรระวังและสิ่งต้องห้าม
  10. ช่วงเวลา การเปิดและปิดให้บริการของร้านค้า ห้างสรรพสินค้าและสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ

เหล่านี้เป็นข้อมูลที่ผู้เดินทางทุกคนควรศึกษาก่อนการเดินทางทัวร์ญี่ปุ่นและหากมีสิ่งใดที่จำเป็นต้องดำเนินการ ก็ควรดำเนินการให้เรียบร้อย เพื่อให้การทัวร์ญี่ปุ่นของคุณ ๆ ทุกคนไม่พบกับอุปสรรค ปัญหา และเรื่องต่าง ๆ ที่อาจทำให้คุณทัวร์ญี่ปุ่นอย่างไม่สนุกและไม่แฮปปี้ได้นั่นเอง…

ภาษาญี่ปุ่นง่าย ๆ สำหรับนักเดินทาง

การการแนะนำตัว

わたし は ชื่อของเรา です。

Watashi wa ชื่อของเรา desu

ฉัน/ผมชื่อ ตามด้วยชื่อของเรา

        การทักทาย

はじめまして。                  Hajimemashite                  ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ/ครับ

おはようごさいます。        Ohayoogosaimasu.            สวัสดีตอนเช้าค่ะ

こんいちは。                     Konnichiwa                      สวัสดีตอนกลางวันค่ะ

(เวลา 10.00-18.00 น.)

こんばんは。                     Kombanwa                       สวัสดีตอนค่ำค่ะ

おやすみなさい。              Oyasuminasai                   ราตรีสวัสดิ์

さよなら。                        Sayonara                         ลาก่อน

 คำขอบคุณ /ขอโทษ

 

ありがとう ございます。 Arigatou gozaimasu                    ขอบคุณมากค่ะ/ครับ

しつれいします。              Shitsureishimasu               ขอโทษ

どういたしまして。           Dou-itashimashite             ไม่เป็นไรค่ะ/ครับ

        การถามทาง

…… ~はどこですか?       wa dokodesuka?               ……. : อยู่ที่ไหน?

จะไปที่ไหนก็ให้ใส่ชื่อสถานที่เอาไว้ที่หน้าประโยค

การสอบถามราคา

いくらですか?                  Ikura desuka?                   เท่าไหร่ ?

        การสั่งอาหาร

これをください                  Kore wo kudasai               ขออันนี้หน่อย

ใช้ในกรณีที่เราไม่รู้จะสั่งอะไร แบบชี้เอา อยากทานอะไรก็ชี้ไปที่อาหารนั้น ๆ

เหล่านี้เป็นบทสนทนาง่าย ๆ ที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวรอดตายและรับประกันว่าจะทัวร์ญี่ปุ่นแบบไหน คุณก็สนุกสุด ๆ ทุกครั้งอย่างแน่นอน…